|
|
ปักกิ่ง กําแพงเมืองจีน |
|
| วันแรก กรุงเทพฯ – สนามบินนานาชาติกรุงปักกิ่ง – หอฟ้าเทียนถาน (หอบวงสรวงเทวดา) – BEIJING ACOBATICs SHOW (กายกรรมปักกิ่ง) |
|
05.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานแห่งชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ S สายการบินศรีลังกา แอร์ไลน์ พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับท่านที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน
07.35 น. เหินฟ้าสู่เมืองปักกิ่ง โดยสายการบินศรีลังกา แอร์ไลน์ เที่ยวบิน UL888 (บริการอาหารบนเครื่อง)
13.20 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงปักกิ่ง เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ เดิมทีปักกิ่งเคยเป็นเมืองสําคัญทางการค้าของอาณาจักรเยี่ยนเมื่อ 500 ปีก่อนคริสตกาล หลังการปฏิวัติล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช และการสู้รบกลางเมือง ค.ศ 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ชัยชนะ จึงประกาศตั้งรัฐบาลและกรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนับแต่นั้นมา จากนั้นนําท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้วนําท่านเดินทางผ่านสู่ตัวเมืองปักกิ่งปัจจุบันเมืองปักกิ่งได้เปลี่ยนแปลงพัฒนาได้อย่างรวดเร็วเพื่อต้อนรับโอลิมปิค 2008 สัมผัสกลิ่นไอหลังโอลิมปิคท่านจะได้เห็นตึกสูงรูปร่างแปลกตา อาทิเช่น ตึกมังกร ตึก CCTV ฯลฯ เพื่ออวดแก่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ บ่งบอกถึงความทันสมัยของเมืองหลวงปักกิ่งยุคใหม่ได้อย่างน่าชื่นชม จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ หอบวงสรวงเทวดาฟ้าเทียนถาน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักกิ่งเยื้องตะวันออกเฉียงใต้ สร้างเมื่อปี ค.ศ.1420 เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงไหว้ฟ้าเพื่อขอให้ลมฝนราบรื่น ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง กําแพงด้านเหนือลักษณะกลม ด้านใต้ลักษณะสี่เหลี่ยม หมายถึง ฟ้ากลม พื้นดินสี่เหลี่ยม ตามความเข้าใจของคนโบราณ ภายในประกอบด้วย หวานชิว-แท่นประกอบพิธีบวงสรวง, หวางฉุงหยี่- สถานที่ตั้งป้ายเทพเจ้า หิน 3 เสียง และกําแพงส่งเสียงสะท้อนเสียง (โทรศัพท์), ฉีเหนี่ยนเตี้ยน-หอประกอบพิธีบวงสรวงไหว้ฟ้า สิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 ตั้งอยู่บนเส้นแกนเดียวกัน
ค่ํา รับประทานอาหารค่ําที่ภัตตาคาร ***จากนั้นนําท่านชมกายกรรมปักกิ่ง สุดหรรษา ที่มีชื่อเสียงบันลือโลกและงดงามเป็นอันดับ 1 ในกรุงปักกิ่ง
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
|
| วันที่สอง จัตุรัสเทียนอันเหมิน – พระราชวังกู้กง – พระราชวังฤดูร้อน (อวี้เหอหยวน) |
|
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นําท่านชมตัวเมืองปักกิ่ง แม้ไม่ได้เข้าชมมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ได้มีโอกาสสัมผัสกลิ่นอายมหานครปักกิ่งช่วงเวลาที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก ถนนหนทางในปักกิ่งประดับไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน จากนั้นนําท่านสู่ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักกิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถจุคนได้ถึง 2 ล้านคน เป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนยุคใหม่ เป็นสถานที่จัดงานพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษต่างๆ บริเวณจัตุรัสมีประตูเมืองโบราณเจิ้งหยาง, อนุสาวรีย์วีรชน, หอระลึกประธานเหมาเจอตุง , ศาลาประชาคม จากจุดนี้ท่านจะได้มองเห็นจุดสําคัญของจัตุรัสแห่งนี้คือ พลับพลาเทียนอันเหมิน ผนังสองข้างมีเขียนภาษาจีนแปลเป็นไทยคําว่า “ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ” ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่ง ”ความสามัคคีประชาชนทั่วโลกจงเจริญ” ตรงกลางเป็นรูปท่านประทานเหมาเจ๋อตุงติดอยู่ตรงกลางขนาดใหญ่ สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ประเทศจีนก็ว่าได้ จากนั้นนําท่านผ่านประตูเข้าสู่ พระราชวังต้องห้าม “กู้กง” สร้างในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อในสมัยราชวงศ์หมิง เมื่อปี ค.ศ. 1406 เป็นสถานที่ว่าราชการ และที่ประทับของจักรพรรดิ 24 พระองค์ ในสมัยราชวงศ์หมิง และชิง มีการบูรณะซ่อมแซมไปหลายครั้ง ครั้งล่าสุดปี 2008 แต่ยังคงสถาปัตยกรรมเดิม มีความสมบูรณ์แบบที่สุด ใหญ่ที่สุด รักษาได้ดีที่สุด และรวมทั้งยังมีประวัติที่ยาวนานที่สุดในโลก นําท่านเดินชมโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างที่คงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร ภายในพระราชวังแบ่งเป็น 2 เขต 1. เขตวังใน ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามให้ผู้ชายเข้า ยกเว้นขันทีเท่านั้น 2. เขตวังหน้า มี 3 ตําหนัก 1. ตําหนักไท่เหอ เป็นตําหนักหน้าที่สําคัญที่สุด เป็นสถานที่ฮ่องเต้ออกว่าราชกาลแผ่นดิน 2. ตําหนักจงเหอ เป็นสถานที่พักรอก่อนออกว่าราชกาลแผ่นดิน 3. ตําหนักเป่าเหอ เป็นตําหนักสอบจอหงวน และเลี้ยงรับรองแขกบ้านแขกเมือง ผ่านเข้าไปถึงเขตพระราชวังชันใน หรือเขตหวงห้าม ประกอบด้วย จุดสําคัญคือ พระตําหนักพระนางซูสีไทเฮา สถานที่ว่าราชการหลังม่าน อุทยานหลวงอวี้เหอหยวน ภายในพระราชวังนี้อาคารทั้งหมดสร้างด้วยเครื่องไม้ที่ประกอบด้วยห้องหับต่างๆ ถึง 9,999 ห้อง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร **อาหารพิเศษ หมูหันตํารับฮ่องกง**
นําท่านเที่ยวชม พระราชวังฤดูร้อนอวี้เหอหยวน อุทยานที่ใหญ่และงดงามที่สุดของประเทศจีน สร้างขึ้นประมาณ 800 กว่าปีก่อน ในสมัยโบราณกษัตริย์ราชวงศ์ชิงใช้แปลราชฐานหนีความร้อนจากพระราชวังหลวงมาประทับที่แห่งนี้ นําท่านชมที่ประทับของพระนางซูสีไทเฮา และจักรพรรดิกวางสู นําท่านชมทะเลสาบคุนหมิงที่ขุดขึ้นด้วยแรงงานคนล้วนจําลองมาจากทะเลสาบซีหูที่หางโจว เดินชม ระเบียงกตัญญู บนหลังคามีภาพจิตกรรมเกี่ยวกับเทพนิยายของจีนหลายเรื่องมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วรรณคดี ความยาวระเบียงรวม 777 เมตร เดินถัดมาไม่ไกลท่านจะได้เห็น เรือหินอ่อน มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เรือของคนโง่” พระนางซูสีไทเฮา เป็นผู้เนรมิตสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ทั้งหมด และทั้งหมดนี้สร้างขึ้นโดยใช้เงินหลวงทั้งสิ้น สถานที่แห่งบอกเล่าถึงความเป็นมาของซูสีไทเฮาได้อย่างลึกซึ้ง
ค่ํา รับประทานอาหารค่ําที่ภัตตาคาร
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
|
| วันที่สาม กําแพงเมืองจีน –พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง–สนามกีฬาโอลิมปิค 2008 - ศูนย์การค้าหวังฟูจิ่ง |
|
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นําท่านเดินทางสู่กําแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของโลกในยุคกลาง ที่สร้างขึ้นด้วย แรงงานของคนนับหมื่นคน มีความยาว 6,350 กิโลเมตร ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณกว่า 2,000 ปีก่อน โดยจักรพรรดิ์จิ๋นซี ผู้รวบรวมประเทศจีนให้เป็นปึกแผ่นตัวกําแพงสูงราว 7 เมตร กว้าง 6 เมตร ว่ากันว่าถ้านําวัสดุที่ใช้ก่อสร้างกําแพงแห่งนี้มาสร้างกําแพงที่มีความหนา 1 เมตร สูง 5 เมตร จะได้กําแพงที่มีความยาวรอบโลก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ***ลองลิ้มชิมรสสุกี้มองโกเลีย+พร้อมน้ําจิ้มไทยรสเด็ด
นําท่านเดินทางไปชม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นฉากประวัติศาสน์รวบรวมเรื่องราวระยะเวลา 276 ปี ตั้งแต่สมัยเริ่มต้นฮ่องเต้ในสมัยราชวงศ์หมิง จนถึงสิ้นสุดราชศ์ชิง รวมถึงผู้ที่มีความสําคัญที่ทําให้เกิดเรื่องราวต่างๆขึ้น เล่าเรื่องโดยใช้หุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าตัวคนจริงที่แสดงไว้ในห้องทั้งหมดจากนั้นนําท่านชฒด้านนอก) สนามกีฬาโอลิมปิคแห่งชาติ 2008 (Olympic National Stadium) หรือ “รังนก (Bird Net) เป็นอีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันดี ตั้งอยู่ใจกลาง โอลิมปิค คอมเพล็กซ์ ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งจะเป็นที่จัดพิธีเปิดและปิด บริษัทสถาปนิกที่ชนะการออกแบบ คือ Herzog & de Meuron ร่วมกับ Arup Sport และ China Architecture Design & Research Group จุผู้ชมในช่วงแข่งขันโอลิมปิคได้ 100,000 คน มีความยาว 330 เมตร กว้าง 220 เมตร และสูง 69.2 เมตร รวมพื้นที่ทั้งหมด 250,000 ตารางเมตร โครงสร้างหลักทําด้วยเหล็กความยาวรวม 36 กิโลเมตรสานเป็นใย และกระจก ส่วนของหลังคากันน้ําฝนเพื่อนําไปใช้ใหม่ได้ และยังกันแสงแดดผ่านลงมาได้ถึง 50% ลักษณะเปิดปิดได้ พื้นที่ภายใน
นอกจาก ล็อบบี้ ร้านอาหาร และร้านค้าทั่วไป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถเดินเล่นได้เหมือนเดินอยู่ในรังนกแล้ว ยังติดตั้งจอแอลจีซีขนาดใหญ่ พร้อมทั้งระบบดิจิตอลที่ทันสมัย สนามกีฬาโอลิมปิคแห่งชาตินี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อ ธันวาคม 2546 กําหนดแล้วเสร็จภายในปี 2550 มูลค่าการก่อสร้างรวม 3,500 ล้านหยวน ใกล้เคียงกันให้ท่านชม “สระว่ายน้ําแห่งชาติ” (GYMNASIUM ฟองน้ํา) ซึ่งสระว่ายน้ําแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสําหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้าย " ก้อนน้ําสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ " ซึ่ง PTW and Ove Arup ออกแบบโดยใช้วัสดุเทฟลอนทําเป็นโครงร่าง เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะนํามาใช้เดินเครื่องกรองน้ําเสียของสระน้ําที่ใช้เติมในสระจะถูกกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ที่ฝั่งไว้ใต้ดิน นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ําที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยของนักฟิสิกส์จาก Dublin's Trinity College ที่สามารถทําให้กําแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ําที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทําสระว่ายน้ําแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากแผ่นดินไหวได้ด้วย
ค่ํา รับประทานอาหารค่ําที่ภัตตาคาร **อาหารพิเศษ บุฟเฟต์บาร์บีคิวนานาชนิด (อิ่มไม่อั้น)
จากนั้นนําท่านสู่ ศูนย์การค้าหวังฟู่จิ่ง (Wangfujing) ซึ่งเป็นที่ช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองปักกิ่ง เป็นถนนเส้นยาวๆ สําหรับคนเดินห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน มีห้างสรรพสินค้า พลาซ่า และร้านค้าน้อยใหญ่เรียงรายสองข้างถนน รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านหนังสือ ครบครัน พาท่านจับจ่ายกันอย่างเพลิดเพลินอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแบรนด์เนมราคาตายตัวต่อรองไม่ได้ และยังมีร้านกิ๊ฟช้อป ราคาย่อมเยาให้เลือกซื้อ นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังมีถนนอาหารนานาชาติ ซึ่งน่าชมแต่เป็นสัตว์แปลกๆ ที่ไม่ถูกปากคนไทยเท่าไหร่ ให้ท่านได้อิสระถ่ายรูป ช้อปปิ้ง ชมวิว ตามอัธยาศัย
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
|
| วันที่สี่ วัดหลิงกวง (นมัสการพระเขี้ยวแก้ว) – วัดลามะ – โรงละครแห่งชาติ (ตึกไข่) – ถนนโบราณเฉียนเหมินต้าเจีย |
|
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นนําท่านสู่ วัดหลิงกวง พุทธศาสนิกชนทั่วไปมีความเชื่อและรับรู้กันสืบมาว่า มีพระทาฐธาตุ คือ พระเขี้ยวแก้วประดิษฐานอยู่ในพระวิหารเมืองอนุราธปุระ ปัจจุบันตั้งอยู่ในเมืองแคนดี ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา พระทาฐธาตุ หรือ พระเขี้ยวแก้วที่ลังกานี้ ตามตําราว่า พระเจ้าสิริเมฆวัณณะอัญเชิญมาจากกลิงครัฐรักษาไว้ที่อภัยคีรีวิหาร โปรดให้นําพระธาตุแห่ด้วยขบวนแห่อันมโหฬารในวันอาสาฬบูชาให้ประชาชนได้นมัสการเป็นประจําทุกปีเป็นประเพณีสืบมาจนทุกวันนี้ หากพิจารณาตามความที่กล่าวถึงพระเขี้ยวแก้ว 4 องค์ ในมหาปรินิพพานสูตรพระเขี้ยวแก้วที่ลังกาน่าจะตรงกับที่ประดิษฐาน ณ แคว้นกาลิงคะ ส่วนพระเขี้ยวแก้วที่วัดหลิงกวงสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามประวัติว่าพระภิกษุฟาเหียนอัญเชิญมาจากแค่นโคถาน หรือโขตานมาประดิษฐานไว้ที่เมืองฉางอันเมื่อคราวจาริกไปสืบพระศาสนายังอินเดียและไปถึงเมืองลังกาด้วย โดยออกเดินทางจากเมืองฉางอัน หรือ ซีอาน เมื่อ พ.ศ. 942 และกลับถึงประเทศจีนใน พ.ศ. 957 ปรากฏความต่อว่า หลังจากพระเขี้ยวแก้วประดิษฐาน ณ เมืองฉางอันแล้วภายหลังได้รับการอัญเชิญไปไว้ในนครต่าง ๆ จนถึง พ.ศ. 1614 จึงนํามาไว้ ณ พระเจดีย์ฉาวเสี้ยน ภายหลังพุทธศาสนิกชนได้สร้างวัดหลิงกวงขึ้น พร้อมกับสร้างพระเจดีย์ 8 เหลี่ยมขนาดใหญ่รายล้อมด้วยพระพุทธรูปและเจดีย์รายชาวบ้านทั่วไปจึงเรียกว่า เจดีย์พระพุทธองค์ 100 รูป ใน พ.ศ. 2443 วัดหลิงกวง ชํารุดทําลายลงเมื่อกองทัพชาติตะวันตกยกกําลังเข้าบุกรุกกรุงปักกิ่ง ท่ามกลางซากปรักหักพังพบพระเขี้ยวแก้วบรรจุในกล่องศิลามีจารึกวัน เดือน ปีที่สร้างเจดีย์อยู่ภายในกล่องไม้กฤษณาอีกชั้นหนึ่งได้เก็บรักษาไว้จนถึง พ.ศ. 2498 จึงนําไปไว้ ณ วัดกวงจี่ชั่วคราว เมื่อทางการได้สถาปนาพระเจดีย์องค์ใหม่ ณ วัดหลิงกวงแล้วเสร็จ จึงมีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระเขี้ยวแก้วในพระมหาเจดีย์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2507 ซึ่งในครั้งนี้มีผู้แทนจากบรรดาประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนามาร่วมงานด้วย พระมหาเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว ณ วัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมผสมผสานของศิลปะสมัยราชวงศ์ถังและราชวงศ์ซ้องไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนสวยงาม คือ สร้างเป็นพระเจดีย์ทรง 8 เหลี่ยม 13 ชั้น สูง 51 เมตร สมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนได้อํานวยการสร้างมาแต่ พ.ศ. 2501 แล้วเสร็จในฤดูใบไม้ผลิของปี 2507 ใช้เวลาสร้างนานกว่า 6 ปี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ***ลองลิ้มชิมรสเป็ดปักกิ่งต้นตํารับ และชิมไวน์แดงของปักกิ่ง***
นําท่านชม วัดลามะ วัดใหญ่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงในกรุงปักกิ่ง แต่เดิมวัดนี้เคยเป็นวังที่ประทับขององค์ชายสี่ นําท่านชมพระแกะสลักจากไม้จันทร์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ค นําท่านชม “โรงละครแห่งชาติ” (ด้านนอก) ซึ่งตั้งอยู่กลางกรุงปักกิ่ง ใกล้กับจัตุรัสเทียนอันเหมิน มีเนื้อที่ 490,485 ตารางฟุต โครงสร้างภายนอกประกอบขึ้นจากกระจกผสมไทเทเนี่ยม ดูคล้ายกับทะเลสาบ ซึ่งผู้ออกแบบจงใจให้สถาปัตยกรรมดูโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางถนนและตึกรามแบบโบราณสําหรับผู้ออกแบบคือสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อดัง พอล อังโดรที่มีผลงานออกแบบที่มีชื่อเสียง เช่น อาคาร 1 ของสนามบินชารลส์ เดอ โกลโรงละครแห่งชาติ แห่งนี้แบ่งพื้นที่เป็น ในโรงโอเปร่า 2,416 ที่นั่ง คอนเสิร์ตฮอล 2,017 ที่นั่งและโรงภาพยนตร์ 1,040 ที่นั่ง พื้นผิวของผนังที่กึ่งโปร่งแสงจะทําให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาในตอนกลางคืนจะมองเห็นการแสดงด้านในวับๆ แวบๆซึ่งเป็นลักษณะเด่น จากนั้นนําท่านเที่ยวชม ถนนโบราณเฉียนเหมิน (Qianmen Street) สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดของปักกิ่ง เปิดให้เที่ยวชมเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 เพื่อรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เข้าร่วมพิธีแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 หลังจากรัฐบาลปักกิ่งได้ปิดปรับปรุงบูรณะ และก่อสร้างสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนในยุคสมัยราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยจําลองบรรยากาศเก่าๆ สมัยราชวงศ์ชิง บริเวณสองฝั่งถนน มีทั้งภัตตาคาร ร้านค้าจําหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าของที่ระลึกในรูปแบบของปักกิ่ง
ค่ํา รับประทานอาหารค่ําที่ภัตตาคาร
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
| วันที่ห้า ตลาดรัสเซีย – กรุงเทพฯ |
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นนําท่านผ่านชม “สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งชาติ (CCTV)” มีรูปลักษณ์ที่แหวกแนวไปจากตึกระฟ้าทั่วไป โดยเกิดจากสองอาคารที่ตั้งมุมฉากต่อเข้าหากัน มองดูเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยกระจายแรงลมที่ปะทะกับตึกได้เป็นอย่างดี ตึกใหม่นี้ออกแบบโดย Rem Koolhass และ Ole Scheeren ส่วนวิศวกรผู้คุมงานก่อสร้างคือ Ove Arup จากนั้นนําท่านไปช้อปปิ้งที่ ตลาดรัสเซีย เพื่อเลือกซื้อสินค้าขายส่งราคาถูก เช่น ผ้าไหม ถุงเท้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา ไม้กอล์ฟ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าก้อปปี้ คนไทยมักนิยมมาซื้อของต่อราคากันที่นี่ หรือให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันควรเดินทางสู่สนามบิน
14.40 น. อําลานครหลวงปักกิ่ง เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ UL889 (บริการอาหารบนเครื่อง)
18.45 น. เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพฯ...
|
| อัตราค่าบริการ |
|
|
| 3,10 มี.ค. 53 |
ท่านละ |
19,900.- บาท |
| 17, 24, 31 มี.ค. 53 |
ท่านละ |
21,900.- บาท |
| 7, 21, 28 เม.ย. 53 |
ท่านละ |
22,900.- บาท |
| 5, 12, 19, 26 พ.ค. 53 |
ท่านละ |
18,900.- บาท |
| ฉลองเทศกาลสงกรานต์ 14-18 เม.ย. 53 |
ท่านละ |
25,900.- บาท |
** กรณีชาวต่างชาติเพิ่ม 1,000.- บาท / ท่าน ** รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัด
โดยยืดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสําคัญ
| เงื่อนไขอัตราค่าบริการ |
เด็กอายุต่ํากว่า 12 ปี ลดจากราคาผู้ใหญ่ 1,000 บาท (พักกับผู้ใหญ่มีเตียงเสริม)
เด็กอายุต่ํากว่า 12 ปี ลดจากราคาผู้ใหญ่ 2,000 บาท (พักกับผู้ใหญ่ไม่มีเตียงเสริม)
พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม 5,000 บาท |
|
อัตราค่าบริการนี้รวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับเที่ยวบินตามรายการ
2. ค่าภาษีสนามบินจีน, ค่าประกันภัยและภาษีน้ํามัน
3. ค่าโรงแรมที่พัก 4 คืน (พัก 2-3 ท่าน / ห้อง)
4. ค่าธรรมเนียมวีซ่าจีน
5. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 500,000.-/ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
6. ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
7. ค่ารถรับส่งตามสถานท่องเที่ยวที่ระบุตามรายการ
8. ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการ
9. ฟรีกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ
10. แจกน้ําดื่มบนรถท่านละ 1 ขวด ต่อวัน
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1. ค่าระวางกระเป๋าน้ําหนักเกิน 20 กิโลกรัม
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักผ้า รีดผ้า ค่าอาหาร และเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
3. ค่าธรรมเนียมเดินทางแจ้งเข้า-แจ้งออกของคนต่างด้าว
4. ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น 10 หยวน และคนขับรถ 10 หยวน ต่อวัน ต่อคน
เอกสารในการยื่นวีซ่า(สําหรับพาสปอร์ตไทย)
- หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน(กรุณาตรวจสอบวันหมดอายุ)
- รูปถ่าย 2 นิ้ว ท่านละ 1 รูป (รูปสีอย่างเดียว รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
- ระยะเวลาในการทําวีซ่า 4 วันทําการ
- สําหรับพาสปอร์ต่างชาติกรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่เพราะต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เงื่อนไขการจอง
1. วางเงินมัดจําท่านละ 5,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี
2. แล้วแฟกซ์สลิปโอนเงินมาที่บริษัทฯ
3. พร้อมแฟกซ์หน้าพาสปอร์ตมาด้วย
4. ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือกรุณาโอนก่อนการเดินทาง 10-12 วัน
เงื่อนไขการยกเลิก
1. ยกเลิกการเดินทางก่อนการเดินทาง 30 วัน คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
2. ยกเลิกการเดินทางภายใน 15 – 30 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจําทัวร์ในทุกกรณี
3. ยกเลิกการเดินทางภายใน 7 – 14 วัน คิดค่าใช้จ่าย 80 เปอร์เซ็นต์ของราคาทัวร์ในทุกกรณี
4. ยกเลิกการเดินทางภายใน 1 – 6 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมดในทุกกรณี
กรณีคณะออกเดินทางได้
1. คณะจองจํานวนผู้ใหญ่ 10 ท่านออกเดินทาง (ไม่มีหัวหน้าทัวร์)
2. คณะจองจํานวนผู้ใหญ่ 15 ท่านขึ้นไปออกเดินทาง (มีหัวหน้าทัวร์) 3. คณะจองไม่ถึงจํานวนผู้ใหญ่ 10 ท่าน ไม่ออกเดินทาง
***บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสม แต่คงรักษามาตรฐานการบริการและผลประโยชน์ผู้เดินทางเป็นสําคัญ (ราคาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทและค่าน้ํามันเพิ่มเติมที่สายการบินเรียกเก็บ)***

|
|
|
|
EditRegion1 |